top of page

วัยหมดประจำเดือน

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ยาว 2 นาที

วัยหมดประจำเดือน หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “วัยทอง” เป็นช่วงการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติของร่างกายผู้หญิง ซึ่งเกิดจากการทำงานของรังไข่ที่ค่อย ๆ ลดลง ส่งผลให้ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนเปลี่ยนแปลง ก่อนที่การมีประจำเดือนจะสิ้นสุดลงอย่างถาวร โดยทั่วไป การเปลี่ยนแปลงนี้แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่


-ระยะก่อนหมดประจำเดือน: ประจำเดือนเริ่มมาไม่สม่ำเสมอ ร่วมกับอาการร้อนวูบวาบ เหงื่อออกง่าย เวียนศีรษะ และอารมณ์แปรปรวน


-ระยะหมดประจำเดือน: หมายถึงการไม่มีประจำเดือนติดต่อกันครบ 12 เดือน โดยไม่มีสาเหตุอื่นที่อธิบายได้


-ระยะหลังหมดประจำเดือน: เป็นช่วงหลังจากหมดประจำเดือนแล้ว ซึ่งระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนอยู่ในระดับต่ำ และอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงของระบบต่าง ๆ ในร่างกายต่อเนื่อง


อาการที่พบบ่อย

อาการทางร่างกาย

ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ มามากหรือน้อยกว่าปกติ ร้อนวูบวาบ เหงื่อออกมาก โดยเฉพาะในเวลากลางคืน ใจสั่น อ่อนเพลีย เวียนศีรษะ และปวดเมื่อยตามร่างกาย นอนไม่หลับ หลับไม่สนิท หรือตื่นกลางดึกบ่อย ช่องคลอดแห้ง ความต้องการทางเพศลดลง ผิวหนังแห้ง ผมแห้ง และผมร่วง ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะเล็ด หรือรู้สึกไม่สบายบริเวณทางเดินปัสสาวะ


อาการทางอารมณ์และจิตใจ

หงุดหงิดง่าย อารมณ์แปรปรวน วิตกกังวล เครียด หรือรู้สึกเศร้า ความจำและสมาธิลดลง รู้สึกเหนื่อยล้าหรือไม่สดชื่นแม้จะพักผ่อนแล้ว นอกจากนี้ การลดลงของฮอร์โมนเอสโตรเจนยังสัมพันธ์กับการสูญเสียมวลกระดูก การเปลี่ยนแปลงของระดับไขมันในเลือด และการเพิ่มขึ้นของความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดเมื่ออายุมากขึ้น


อาการวัยหมดประจำเดือนของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน ทั้งในด้านความรุนแรงและระยะเวลาที่เกิดอาการ การทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของร่างกายจึงเป็นพื้นฐานสำคัญในการดูแลสุขภาพ



การวิเคราะห์อาการก่อนและหลังหมดประจำเดือนตามศาสตร์การแพทย์แผนจีน

ตามศาสตร์การแพทย์แผนจีน ผู้หญิงจะมีการเปลี่ยนแปลงของพลังไตหรือชี่ไต รวมถึงสารจิงและเส้นลมปราณที่เกี่ยวข้องกับระบบสืบพันธุ์เมื่ออายุมากขึ้น โดยเฉพาะเส้นลมปราณชงและเริ่น ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการมีประจำเดือนและการทำงานของระบบสืบพันธุ์

แนวคิดพื้นฐานของแพทย์จีนถือว่า ไตเป็นรากฐานของชีวิตและการเจริญเติบโต เมื่อการทำงานของไตค่อย ๆ เสื่อมถอยลงตามวัย อินและหยางอาจเสียสมดุล ส่งผลกระทบต่ออวัยวะอื่น เช่น ตับ หัวใจ และม้าม

การวิเคราะห์อาการตามศาสตร์การแพทย์แผนจีนเรียกว่า “เปี้ยนเจิ้ง” (辨证) หรือการจำแนกกลุ่มอาการ โดยพิจารณาจากอาการที่ผู้ป่วยแสดงออก ร่วมกับการตรวจลิ้น การคลำชีพจร และการซักประวัติอย่างละเอียด ซึ่งแบ่งออกได้ดังนี้




1. กลุ่มอาการอินของไตและตับพร่อง (肝肾阴虚证)

มักมีมีอาการร้อนวูบวาบ เหงื่อออกกลางคืน ปากคอแห้ง และนอนหลับไม่สนิท ตามทฤษฎีแพทย์จีน อินมีหน้าที่หล่อเลี้ยงและช่วยรักษาสมดุลของร่างกาย เมื่ออินของไตพร่อง ความสามารถในการหล่อเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ จะลดลง และอาจเกิดภาวะหยางหรือความร้อนที่แสดงออกเด่นชัดขึ้น เรียกว่า “อินพร่องเกิดความร้อน” (阴虚内热)


อาการสำคัญ

ร้อนวูบวาบ โดยเฉพาะในช่วงกลางคืน เหงื่อออก ร้อนบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า และหน้าอก เวียนศีรษะ หูอื้อ ปากแห้ง คอแห้ง นอนไม่หลับ ฝันมาก ผิวหนังหรือคัน ปวดเมื่อยบริเวณเอว ประจำเดือนผิดปกติในช่วงก่อนหมดประจำเดือน


หลักการรักษาตามศาสตร์การแพทย์แผนจีน

เน้นการบำรุงอินของไตและตับ ช่วยหล่อเลี้ยงร่างกาย และปรับสมดุลอินและหยางตามลักษณะอาการ แพทย์จีนอาจพิจารณาตำรับยา โก่วจวี๋ตี้หวงหวาน (枸菊地黄丸) ซึ่งมีสมุนไพรที่ใช้ตามตำรับ เช่น โก่วฉีจื่อ จวี๋ฮวา สูตี้หวง ซานเย่า ซานจูอวี๋ หมู่ตันผี ฝูหลิง และเจ๋อเซี่ย



2. กลุ่มอาการไตพร่องและชี่ของตับติดขัด (肾虚肝郁证)

มักมีอาการวัยหมดประจำเดือนร่วมกับความเครียด อารมณ์แปรปรวน และความรู้สึกไม่สบายบริเวณหน้าอก ตามศาสตร์การแพทย์แผนจีน ไตมีบทบาทในการหล่อเลี้ยงร่างกาย ส่วนตับมีหน้าที่ควบคุมการไหลเวียนของชี่ เมื่อไตพร่องร่วมกับการไหลเวียนของชี่ตับติดขัด อาจทำให้เกิดอาการทางอารมณ์และร่างกายร่วมกัน


อาการสำคัญ

ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ ร้อนวูบวาบและเหงื่อออก หงุดหงิดง่าย โมโหง่าย รู้สึกเศร้า ซึม หรือวิตกกังวล แน่นหน้าอก ถอนหายใจบ่อย นอนไม่หลับ การขับถ่ายแปรปรวน


หลักการรักษาตามศาสตร์การแพทย์แผนจีน

เน้นการบำรุงไตอินควบคู่กับการช่วยให้ชี่ตับไหลเวียนสะดวก เพื่อลดความไม่สมดุลที่สัมพันธ์กับอารมณ์และอาการทางร่างกาย แพทย์จีนอาจพิจารณาตำรับยา อีก้วนเจียน (一贯煎) ซึ่งประกอบด้วยสมุนไพรตามตำรับ เช่น ตี้หวง เป่ยซาเซิน ม่ายตง ตังกุย โก่วฉีจื่อ และชวนเลี่ยนจื่อ



3. กลุ่มอาการไตและหัวใจไม่เชื่อมประสานกัน (心肾不交证)

มักมีอาการนอนไม่หลับ ใจสั่น กระวนกระวาย และอาการทางอารมณ์ที่เกิดร่วมกับวัยหมดประจำเดือน ตามทฤษฎีแพทย์จีน หัวใจสัมพันธ์กับการควบคุมจิตใจและความสงบ ส่วนไตมีหน้าที่หล่อเลี้ยงอินและควบคุมสมดุลของร่างกาย เมื่อไตอินพร่องจนไม่สามารถหล่อเลี้ยงหัวใจได้อย่างเพียงพอ อาจเกิดความไม่สมดุลระหว่างไตกับหัวใจ


อาการสำคัญ

ใจสั่นหรือใจหวิว กระวนกระวาย ขี้ตกใจ นอนไม่หลับ หลับไม่สนิท ฝันมาก ความจำลดลง ร้อนวูบวาบและเหงื่อออก ปวดเมื่อยเอว อารมณ์เศร้าหมองหรือวิตกกังวล


หลักการรักษาตามศาสตร์การแพทย์แผนจีน

เน้นการบำรุงอิน ลดความร้อนที่เกิดจากภาวะอินพร่อง บำรุงไต และช่วยให้จิตใจสงบตามทฤษฎีแพทย์จีน แพทย์จีนอาจพิจารณาตำรับยา เทียนหวางปู่ซินตัน (天王补心丹) ซึ่งมีสมุนไพรตามตำรับ เช่น เสวียนเซิน ตังกุย เทียนตง ม่ายตง ตันเซิน ฝูหลิง อู่เว่ย์จื่อ หย่วนจื้อ ซวนเจ่าเหริน ตี้หวง ไป๋จื่อเหริน และสมุนไพรอื่นตามสูตรตำรับ



4. กลุ่มอาการไตอินและไตหยางพร่อง (肾阴阳虚证)

มักมีอาการประจำเดือนมาไม่ปกติ ประจำเดือนสีคล้ำหรือแดงซีด ตามทฤษฎีแพทย์จีนอินและหยางของไตพร่องร่วมกัน เมื่ออินพร่องเป็นเวลานาน อาจส่งผลต่อหยางทำให้การหล่อเลี้ยงและการให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายไม่สมดุล


อาการสำคัญ

บางช่วงรู้สึกร้อนวูบวาบ บางช่วงหนาวสั่น เหงื่อออกตอนกลางวันหรือกลางคืน เวียนศีรษะ หูอื้อ นอนไม่หลับและขี้หลงขี้ลืม ปวดเมื่อยเอวและหลัง โดยเฉพาะเมื่อมีอาการเย็นร่วมด้วย ปวดบริเวณส้นเท้า ถ่ายอุจจาระเหลว ปัสสาวะบ่อย ประจำเดือนผิดปกติในช่วงก่อนหมดประจำเดือน


หลักการรักษาตามศาสตร์การแพทย์แผนจีน

เน้นปรับสมดุลอินและหยางของไต พร้อมพิจารณาการบำรุงเส้นลมปราณชงและเริ่นตามลักษณะอาการ ตัวอย่างตำรับยาที่กล่าวถึงในตำราแพทย์จีน ได้แก่ เอ้อร์เซียนทัง(二仙汤) เอ้อร์จื้อหวาน(二至丸)


ปรึกษาสอบถามข้อมูล คลินิกแพทย์จีนฉัตรชัย โทร.095-134-6842

หรือทักแชทเลย💬


#วัยทอง #ฮอร์โมน #ฝังเข็ม #แพทย์แผนจีน #TCM #ฟื้นฟูภายใน #สุขภาพ #Chinesemedicine #TCM #ฝังเข็มเชียงใหม่ #เชียงใหม่ #คลินิกแพทย์จีนฉัตรชัย #chatchaiclinic

ความคิดเห็น


แพทย์แผนจีนคลินิกเชียงใหม่

Opening Hours

Chatchai Chinese

Medical Clinic

Thanon Charoenrajd, Tambon Pa Tan, Amphoe Mueang Chiang Mai, Chang Wat Chiang Mai 50000, Thailand

Mon -  Sat  :

 9:00 am – 7:00 pm

​Sunday :

Close 

© 2023 by Chatchai Chinese Medical Clinic

 ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

bottom of page